Review: Sengoku Basara 3 (PS3,Wii) มั่วซั่ว อย่างมีสไตล์
อีกหนึ่งเกมชื่อดังของค่าย CAPCOM อันเป็นที่รัก แนวมั่วซั่วหนึ่งรุมพันคอมโบทะลุจอ
อีกหนึ่งเกมชื่อดังของค่าย CAPCOM อันเป็นที่รัก แนวมั่วซั่วหนึ่งรุมพันคอมโบทะลุจอ
Review: Sengoku Basara 3 (PS3,Wii) มั่วซั่ว อย่างมีสไตล์
อีกหนึ่งเกมชื่อดังของค่าย CAPCOM อันเป็นที่รัก แนวมั่วซั่วหนึ่งรุมพันคอมโบทะลุจอ
วางจำหน่าย 29/07/2010 ในญี่ปุ่นและเอเซีย
อีกหนึ่งเกมชื่อดังของค่าย CAPCOM อันเป็นที่รัก แนวมั่วซั่วหนึ่งรุมพันคอมโบทะลุจอ
วางจำหน่าย 29/07/2010 ในญี่ปุ่นและเอเซีย

Sengoku Basara 3 (戦国BASARA3)
ขุนพลยอดมนุษย์พัฒนา(?)แล้ว ลงเจเนเรชั่นใหม่สองเครื่อง คือ Wii และ PS3
เรามาดูกันว่าพัฒนา(?) ไปมากแค่ไหน นอกจากตอนตัวละครพูดใน cut-scene เปิดปากพูดแล้ว...เดี๋ยวนะ
---------------------------------------------------------------------------------
- วิจารณ์จากเวอร์ชั่น Playstation 3
- แต่สำหรับทั้ง PS3 และ Wii ตัวเกมเหมือนกัน 100%
- ไม่มีระบบ co-op ทั้งสองเวอร์ชั่นด้วยเช่นกัน
---------------------------------------------------------------------------------

หมดสมัยของโนบุนางะและโทโยโทมิแล้ว โตกุกาว่า อิเอยาสึตั้งมั่นว่าจะรวมประเทศเป็นหนึ่งเดียว
เขาจะทำสำเร็จหรือไม่? หรืออิชิดะ มิสึนาริจะชำระแค้นให้โทโยโทมิได้เสียก่อน?
สุดหล่อดาเตะ มาซามุเนะกับซานาดะ ยูคิมุระกลายเป็นตัวประกอบไปเสียแล้ว ไม่กลัวยอดขายลดหรือ?
ไม่ว่าจะเป็นเช่นไรก็ตาม เราจะได้เห็นในบัดนี้


ภาพกองทัพ
จุดเด่นจุดแรกสำหรับเกมนี้คือการออกแบบตัวละครและแม่ทัพต่างๆที่หลากหลาย มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองแบบหลุดโลกไปไกล
แน่นอน แต่ละคนนั้นเหนือมุนษย์ และเน้นความหล่อ เท่ ฮาเข้าว่าไว้ก่อน
ในขณะเดียวกันกับรายละเอียดพวกทหารลูกกระจ๊อกก็ใส่มาอย่างเต็มที่ มีเกราะหลุดเกราะแตกตอนโดนโจมตีอีกต่างหาก
แสดงว่าตัวละครเอกนี่ต้องทรงพลังแน่ๆเลย การออกแบบด่านก็ทำได้เล่นง่ายมาก ไม่ซับซ้อนเลยแม้แต่นิดเดียว
มีทางลับเล็กน้อยในบางสถานที่ และเน้นเล่นสีสันหลากหลายออกแนวแฟนตาซี มีด่านกองทัพผีดิบด้วย
ส่วนจุดด้อยจุดแรกที่สังเกตเห็นก็คือมุมกล้อง ใกล้มากและแค่เพียงหมุนได้เท่านั้น ซูมเข้าออกไม่ได้เลย
อาจจะเป็นเพราะต้องแสดงศัตรูรายละเอียดสูงเป็นจำนวนมาก รวมถึงเอฟเฟ็คไม้ตายอลังการ
จึงต้องตัดทอนข้อนี้ไป เพื่อให้อารมณ์เกมไม่ขัด(เช่น เฟรมตกเป็นต้น)
อีกจุดหนึ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เจอในภาคนี้ ก็คือจุดที่คนเล่นภาคเก่าๆคงจะสังเกตออก นั่นคือ
ตัวละคร พูดไม่เปิดปาก ตาไม่กระพริบ สีหน้าไม่เปลี่ยนนั่นเอง...
ถ้าเป็นตัวละครหลักอย่างโตกุกาว่า อย่างดาเตะ อย่างไซกะ ก็ยังพอเห็นว่าออกสีหน้าได้
(เฉพาะ cut-scene ...ตอนเล่นไม่ต้องพูดถึง) แต่ตัวละครแม่ทัพตัวประกอบ ลืมไปได้เลย
ยังคงพูดปากนิ่งตานิ่งเหมือนเคย แถมไม่ใช่ real time อีก
CG-movies มีเพียงแค่ 15 เท่านั้น (รวมฉากเปิดสองแบบ,แนะนำตัวละครและเครดิตผู้สร้างตอนจบ)
แถมฉากเนื้อเรื่องที่ไม่ใช่ CG ก็มีน้อยมาก สงสัยต้องรอภาคเสริมกระมัง
ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยรวมแม้ข้อเสียจะพอสมควร แต่ข้อดีเรื่องการออกแบบและความเวอร์ของไม้ตาย ก็มากลบได้หมด
ไม่ทำให้เกมออกมาดูไม่เท่อะไร


เพลงและเสียงประกอบ
T.M.Revolution จากภาคแรกกลับมาทำธีมให้ภาคสาม ส่วนเพลงประกอบทั้งหมดนอกเหนือจากเพลงเปิดเพลงปิด
เป็นฝีมือของคุณโอทานิ โค(Shadow of the Colossusg,ภาพยนตร์กาเมร่า,โตเกียวแมกนิจูด 8.0) จุดเด่นอยู่ที่มีเมโลดี้ชัดเจนฟังง่าย
ส่วนทางด้านเสียงพากย์ ก็ขนหนุ่มหล่อสาวสวยมากันอย่างเต็มที่ ไม่มีผิดหวังแน่นอน



มุกตลกและตัวละคร
อาเจ๊ไซกะปืนโต ต้องเป็นลูกครึ่งแน่ๆ ครึ่ง Devil May Cry กับ เจ๊สายฟ้า Final Fantasy XIII นะ เทพจริงๆ
ในขณะเดียวกันกับโตกุกาว่าและอิชิดะ ตัวละครเอกในภาคล่าสุดอาจจะมีชะตากรรมอย่างโทโยโทมิและมาเอดะในภาคสองคือเข็นไม่ขึ้น
ส่วนตัวคิดว่าดาเตะกับยูคิมุระและโนบุนางะ ที่ย้ายไปเป็นพระรองในภาคนี้ยังดูขลังกว่าเหมือนเช่นเคย(?)
ทางด้านที่ถูกใจที่สุด ขอยกให้แม่นางโออิจิผู้หลุดโลกไปไกลกว่าตัวละครอื่นๆอีกหนึ่งขั้น(ผู้วิจารณ์เป็นแฟนโนโต มามิโกะ)
สำหรับแฟนๆกันดั้ม ฮอนดะภาคนี้มีฟินฟันเนลบาเรียแล้วตามที่คาดไว้
ที่มีเสน่ห์และคาแร็คเตอร์แรงๆ ก็ขาดพวกแม่ทัพตัวประกอบไปไม่ได้เลย เพี้ยนๆกันทั้งนั้น ถ้าจะตลกกับอะไรในเกม ก็ต้องพวกนี้ล่ะ
ตัวไหนเรตติ้งดีมากๆ อาจจะได้เล่นในเร็วๆนี้
ทว่า ถึงจะมีจุดโดดเด่นทางด้านการออกแบบตัวละครหลากหลายและมีเสน่ห์ แต่มิติของแต่ละตัวกลับแบนอย่างไม่น่าเชื่อ
เพราะเนื้อเรื่องที่ใส่ กับบทสนทนาในภาคนี้นั้น มีน้อยมาก ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือเบื้องลึกอะไร
แต่น่าจะเป็นเพราะทางทีมสร้าง ต้องการให้มันเป็นเกมแอคชั่นลุยเป็นด่านๆไปเสียมากกว่า เน้นให้เล่นสบายๆ ดีกว่ามาเน้น lecture ผู้เล่น



ระบบและ Stylish ที่ถูกใส่เข้ามาในเกม
ถือว่ายกเครื่องใหม่ออกจากแนวมุโซไปเลย จากจำนวนศัตรูที่จะโดนเล่นงานต่อด่านจำนวน 1000+ ตอนนี้เฉลี่ยไม่ถึงพัน
โคบายาชิ ฮิโรยูกิ(Devil May Cry 2-4) เปลี่ยนมันให้กลายเป็นสไตลิช ลีลาแอคชั่นร่วมสมัยแบบเดียวกับที่เดวิลเมย์ครายเป็น
ด้วยมุมกล้องที่ใกล้ตัวกว่าเดิม และด่านที่ไม่กว้างมาก
แต่แนวมุโซ ก็ยังคงเป็นแนวมุโซ คงจะไปกลิ้งตัวหรือโดดหลบการโจมตีโหดๆ หรือสูดลมหายใจลึกๆตั้งสมาธิหาจุดอ่อนบอส
คงเป็นไปไม่ได้ ต้องเดินหน้าลุยเท่านั้น ซึ่งถือว่าทีมสร้างทีมนี้ทำได้ รวมเกมมุโซกับเกมแอคชั่นลีลาใหม่อย่างประสพความสำเร็จ
คำว่า "มั่วซั่ว อย่างมีสไตล์" คงจำกัดความ Sengoku Basara 3 ได้
ตัวเกมหลักก็จะมีโหมดเนื้อเรื่อง (เซ็นโกกุดราม่า) กับโหมดเล่นอิสระ ภาคนี้จะได้ตัวละครใหม่ๆมาจากโหมดเนื้อเรื่องเท่านั้น
ตัวละครพัฒนาจากการเก็บเลเวล ซึ่งจะขึ้นหลังจบด่าน มีเพียงแค่สามสถานะเทานั้นก็คือ หลอดเลือด,พลังโจมตี,พลังป้องกัน
ซึ่งความสามารถเสริมส่วนอื่นๆนั้น จะได้มาจากการหาของมาใส่ใน slot อาวุธ นอกจากอาวุธจะมีหลายชนิด
ของมาใส่ในมันก็มีเยอะมากเช่นเดียวกัน ส่วนใหญ่ก็จะได้มาจากการผสมแร่หรือของมีชื่อเสียง ซึ่งได้มาจากด่านต่างๆ(ใช้เงินผสม)
และตกมาจากศัตรูระดับบอสหรือแม่ทัพนายกอง
ที่เพิ่มเข้ามาใหม่อีกสิ่งหนึ่งก็มีระบบผู้ติดตามคนสนิท อาจจะเป็นตัวละครประกอบ หรือระดับตัวละครหลัก
แต่ละตัวก็จะมีความสามารถพิเศษต่างๆกัน เช่นทำให้เราได้เงินเยอะขึ้น
นอกจากนี้แต่ละคนจะเสริมพลังโจมตีหรือพลังป้องกันให้เรา ระหว่างใช้ไม้ตาย(บาซาร่า)ด้วย
มาถึงระบบสู้อันเป็นแกนหลัก ที่ถูกเปลี่ยนจากมุโซเกมอื่นๆ
นอกจากสี่เหลี่ยมสามเหลี่ยมฟันเบาฟันหนักแล้ว การออกท่าทางยังออกได้ทุกปุ่ม มีปุ่มออกท่าทั้งสี่แบบ
ออกกันได้หมด ชีวิตนี้ไม่ต้องเลือกตัดท่าใดท่าหนึ่ง ยกเว้นท่าพิเศษ(R2)ที่ต้องเลือกจากหนึ่งในสาม
ท่าเหล่านี้ สามารถกดต่อเนื่องมั่วซั่วรวมกันได้หมด เช่นออกท่าหมัดอัดเข้าไปแล้ว ยังสมารถกดสี่เหลี่ยมรัวๆ
เพื่อต่อยรัวเป็นหมัดดาวเหนือได้ หรือยิงแล้วยิงอีก ยิงไม่หยุดต่อเนื่อง เท่าที่จะกดปุ่มใหว
ทำให้การทำความสะอาดศัตรูที่ถาโถมเข้ามาเป็นเรื่องง่ายดาย ถ้าเล่นเป็น
แล้วก็เก็บไม้ตายอย่างการกด L2 เบ่งพลังทำให้ทุกสิ่งช้าลง (clock up?) แล้วก็กดวงกลม "บาซาร่า"
ไว้สำหรับบอส ที่ความยากง่าย ขึ้นกับโหมดความยากที่เราเลือกตอนเลือกตัวละคร
ด้านลูกเล่นในฉาก ก็มีพอสมควร ทั้งการขี่ม้า แท่นยิงส่งเราไปยังอีกจุดหนึ่งของแผนที่ หรือสภาพอากาศ
ไม่ถือว่าโดดเด่นควรกล่าวถึงอะไรมากนัก
สุดท้ายเกมนี้เล่นสองคนแบ่งจอได้


ทั่วไป
สำหรับตัวละคร 30 ตัวขึ้นไป พร้อมการ co-op ออนไลน์มั่วกันที่ต้องถูกตัดไป
ผิดจากที่แผนของทีมสร้างที่ถูกวางไว้แต่แรก เป็นเค้าลางอย่างชัดเจน ว่าไม่เกินปีหน้า แฟนซีรีย์นี้อาจจะได้เสียทรัพย์อีก


คะแนน
ภาพ - 9/10 ดีไซน์ถูกใจ แม่ทัพเยอะ ทำฉากดูง่ายไม่วุ่นวายแต่ลุยสนุก แต่เรื่องมุมกล้องนี่ลำบากหน่อย ปรับไม่ได้ด้วย
แถมขุนพลตัวประกอบแม้กระทั่งตัวหลักบางตัว ก็ดันเผา...นึกว่าจะไม่มีแล้วนะ ขึ้นเจนไหนปีไหนแล้ว
เพลง - 8/10 ดีกว่าที่คิดไว้ แต่ไม่ถึงขั้นเริดหรูสุดๆ
มุก - 8/10 อาเจ๊ไซกะเดวิลเมย์ครายมาก แล้วก็อย่างที่กล่าวไปว่าตัวละครคาแร็คเตอร์แรงทุกตัว
ในขณะที่เรื่องราวโดยรวมกลับดูจืดๆ มีฉากเนื้อเรื่องน้อยมาก CG เท่ๆยิ่งไม่ต้องพูดถึง...
ระบบ - 9/10 ยกเครื่องใหม่ ให้กลายเป็นเอกลักษณ์ แฝงความเป็นเกมแอคชั่นที่รวดเร็วเข้าไป
ระบบพัฒนาตัวละครหาของใส่เข้าใจง่าย ความยากของเกมยืดหยุ่นแล้วแต่คนเล่นจะเลือก
ตัดคะแนน -0.5 ได้กลิ่นภาคเสริมหรือ DLC โชยมาตามสายลม
แต่พัฒนามาถูกทางแล้ว น่าติดตามดูว่าจะใส่เพิ่มเติมได้มากขึ้นขนาดไหน

รวม 8/10
ระบบและกลวิธีการเล่นของเกมถูกพัฒนาไปในแนวทางใหม่ ตามแนวทางของทีมสร้าง
ใส่ความเป็นสไตลิชแอคชั่นมากขึ้น ทว่าส่วนอื่นของเกมยังคงเหมือนเดิม และดูเหมือนจะยังไม่สมบูรณ์ตามที่ควรจะเป็น
แต่โดยรวมแล้วเกมออกมาสนุกมาก
ชอบแนวนี้ ต้องไม่พลาด ตัวละครให้เล่น 16 ตัวก็คุ้มค่าแผ่น (หรือจะรอภาคเสริม?)
และต้อนรับผู้เล่นหน้าใหม่ที่อยากลองได้สบายๆ ให้อารมณ์เหมือนเกมแอคชั่นง่ายๆ
ปล. ส่วนตัวขัดใจพูดไม่เปิดปาก ตาไม่กระพริบ สีหน้าไม่เปลี่ยน ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไม่ทำส่วนนี้เสียหน่อย
มันยากนักหรือ? หรือเพราะต้นทุนการผลิต? สมัย PS2 ยังพอรับได้นะ...

---------------------------------------------------------------------------------
Blogกลิ้ง:
สำหรับเกมหน้า น่าจะเป็น Final Fantasy XIV (PC) แหกกฎ ฉีกกระชากจากคอนเซปต์เวป "จีคอนโซล"
คอมจะโลโซ (ใจสั่งมา) ไม่ไหวมารีวิวหรือไม่
หรือแผ่นจะเข้าไทยไม่พอ ตามประสาค่ายเกมขี้งก
...โปรดติดตาม

แอ้ก!!
